• Forum
  • News
  • Custom
*
ค้นหา:  
  • หน้าแรก
  • ช่วยเหลือ
  • Search
  • ปฏิทิน
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
สิงหาคม 20, 2008, 09:55:37 pm

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Semsikkha > เสมสิกขา www.semsikkha.org > กิจกรรม สัมมนา ฝากประชาสัมพันธ์ > ร่วมส่งโครงการสุขแท้ด้วยปัญญา จะได้รับเงินทุน สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ร่วมส่งโครงการสุขแท้ด้วยปัญญา จะได้รับเงินทุน สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท  (อ่าน 1212 ครั้ง)
administrator
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 273



ดูรายละเอียด อีเมล์
ร่วมส่งโครงการสุขแท้ด้วยปัญญา จะได้รับเงินทุน สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท
« เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2008, 07:27:03 am »

ด่วน ! โอกาสครั้งสำคัญ
ถ้าคุณ  มีความคิดใหม่ๆ  มีไฟฝัน มีความมุ่งมั่นอยากทำอะไรดีๆ
ขอเชิญร่วมสร้างสรรค์ความสุขให้สังคมไทย
ด้วยการส่ง  โครงการสุขแท้ด้วยปัญญา มาให้เรา
ส่งโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 25  กรกฎาคม  2551


40 โครงการ ที่ผ่านการคัดเลือก  จะได้รับเงินทุน สนับสนุนการทำโครงการ
 ตามความเป็นจริงและความเหมาะสม  สูงสุดไม่เกิน  200,000 บาท / โครงการ
ลักษณะของโครงการที่จะขอทุน
ก.   เป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา (โครงการสุขแท้ด้วยปัญญา)
    (ไม่จำกัดรูปแบบกิจกรรม สามารถริเริ่มคิดค้นสร้างสรรค์ได้โดยอิสระและเต็มที่)
ข.   เป็นกิจกรรมที่มุ่งสร้างเสริมทัศนคติที่ถูกต้อง  4  ประการ ได้แก่
            1.   การคิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง
            2.   การไม่พึ่งพิงความสุขทางวัตถุอย่างเดียว
            3.   การเชื่อมั่นในความเพียรของตน   ไม่หวังลาภลอย คอยโชค
            4.   รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล  และเป็นประโยชน์เกื้อกูล
ค. เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลทั้ง  2  ส่วน คือ
            1.   คนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเห็นผล
            2.    กิจกรรมที่ทำก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนต่อส่วนรวม
ง.   กิจกรรมที่ทำจะจัดเพียง 1 ครั้ง (ไม่น้อยกว่า 3 วัน) หรือ ต่อเนื่องมากกว่า 1 ครั้ง  ก็ได้   
(จำนวนผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า  35  คน ) โดยเน้นผู้เข้าร่วมเป็นเยาวชนคนหนุ่มสาว

จ.   กิจกรรมให้จัดดำเนินการระหว่าง  วันที่ 16  กันยายน – 31  ธันวาคม  2551   
ฉ.   กรณีผู้ขอทุนที่ไม่ใช่องค์กร หรือ หน่วยงาน ก็สามารถทำโครงการได้
   
   ทั้งนี้ต้องมีคณะผู้รับผิดชอบและดำเนินโครงการ เป็นทีมอย่างน้อย  6  คน
ช.   เป็นโครงการที่ปลอดเหล้าและบุหรี่

สนใจขอรับใบสมัครและสอบถามรายละเอียดได้ที่
เครือข่ายพุทธิกา   ( ประธานเครือข่าย : พระไพศาล วิสาโล )
90   ซอยอยู่ออมสิน  ถนนจรัญสนิทวงศ์ 40  แขวงบางยี่ขัน  เขตบางพลัด  กรุงเทพฯ  10700
โทรศัพท์ / โทรสาร  0-2424-7409  มือถือ 08-0450-8890 
อีเมล์  :  b_netmail@yahoo.com
เว็บไซต์  :  www.budnet.info

สนับสนุนโดย   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ   (สสส.)
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 273



ดูรายละเอียด อีเมล์
Re: ร่วมส่งโครงการสุขแท้ด้วยปัญญา จะได้รับเงินทุน สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2008, 07:28:33 am »

โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา (สุขแท้ด้วยปัญญา)
หลักการและเหตุผล

   องค์การอนามัยโลก ได้นิยามไว้ว่า “สุขภาพ หมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ สังคม และปัญญา มิใช่เพียงการปราศจากโรคหรือความพิการเท่านั้น” นำมาสู่วิสัยทัศน์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คือ “คนไทยมีสุขภาวะยั่งยืน หมายถึงคนไทยมีสุขภาวะดีครบทั้งสี่ด้าน ได้แก่ กาย จิต สังคม และปัญญา”
   สุขภาวะทางปัญญาเป็นรากฐานและเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งผลต่อเนื่องถึงสุขภาวะทางกาย จิต และสังคมโดยรวม พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ได้กำหนดไว้ว่า “สุขภาพทางปัญญา หมายความว่า ความรู้ทั่วรู้เท่าทัน  และความเข้าใจอย่างแยกได้ในเหตุผลแห่งความดีความชั่ว ความมีประโยชน์และความมีโทษ  ซึ่งนำไปสู่ความมีจิตใจอันดีงาม  และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
   ปัจจุบันสังคมไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องสุขภาพเพิ่มมากขึ้น มีการรณรงค์กันอย่างมากมาย แต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นและจำกัดอยู่เฉพาะเรื่องสุขภาวะทางกาย  ในขณะที่กระแสบริโภคนิยมและวัตถุนิยมไหลบ่ารุนแรงขึ้น ผู้คน  พึงพอใจและแสวงหาเรื่องทางวัตถุเป็นด้านหลัก นำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ทำให้ผู้คนเกิดความทุกข์กันทั่วหน้า
   สังคมไทยกำลังต้องการภูมิคุ้มกันความทุกข์  ไม่มีอะไรที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันความทุกข์ให้เข้มแข็งได้ดีเท่ากับสุขภาวะทางปัญญา    สุขภาวะทางปัญญาช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงความสุขที่แท้ คือความสุข    ที่เกิดจากการมีทัศนคติที่ถูกต้อง รู้เท่าทันความจริงของชีวิตและโลก สามารถคิดถูก คิดชอบ และรู้จักแก้ทุกข์ได้ด้วยปัญญา รวมทั้งมีความสุขจากการดำเนินชีวิต ถูกต้องดีงาม จากการเป็นผู้ให้ และการทำความดีเพื่อคนอื่นหรือส่วนรวม
   การมีทัศนคติที่ถูกต้อง เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้วางใจถูกต้อง เมื่อวางใจได้ถูกต้องความสุขก็เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ และทุกเวลา เป็นความสุขที่แท้และยั่งยืน อันเป็นพื้นฐานสำคัญสู่การพัฒนาสุขภาพองค์รวม
   โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา  ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันเสริมสร้างทัศนคติใหม่ให้แก่สังคมไทย   ด้วยการนำเสนอกิจกรรม ทั้งที่เป็นโครงการริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่หรือเป็นการแตกหน่อต่อยอดหรือพัฒนาต่อจากงานเดิมที่ทำได้ผลดี  พร้อมไปกับการสร้างและพัฒนา ทั้งคนและเครือข่าย  ตลอดจนการสื่อสารเผยแพร่ให้สังคมไทยได้รับรู้และเห็นคุณค่าของ “สุขภาวะทางปัญญา หรือ สุขแท้ด้วยปัญญา” มากยิ่งขึ้น
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 273



ดูรายละเอียด อีเมล์
Re: ร่วมส่งโครงการสุขแท้ด้วยปัญญา จะได้รับเงินทุน สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2008, 07:29:19 am »

วิถีสู่สุขภาวะทางปัญญา
   สุขภาวะทางปัญญา หมายถึงความสุขที่เกิดจากการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา  ปัญญาในที่นี้นอกจากหมายถึงความรู้แล้ว ยังครอบคลุมถึงความคิดความเชื่อ และความเห็นที่ก่อประโยชน์เกื้อกูล   ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 3 ด้านคือ   คิดดี   คิดเป็น และเห็นตรง
1. คิดดี   หมายถึง  การมีความคิดความเชื่อและความเห็นที่ถูกต้องดีงามหรือมีเหตุผล  เช่น   
•   เห็นว่าการทำความดีเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น 
•   เห็นว่าคุณค่าของชีวิตอยู่ที่การทำความดี มิใช่การสะสมวัตถุ ชื่อเสียง หรืออำนาจ
•   เชื่อมั่นว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความเพียรของตนเองเป็นสำคัญ  การพึ่งพาผู้อื่น หรือหวังลาภลอยคอยโชค ย่อมทำให้ชีวิตเสื่อมถอย
•   เห็นว่าความซื่อสัตย์สุจริตให้ผลดีที่ยั่งยืนกว่าการทุจริตคดโกง
•   เห็นว่าความสุขที่แท้จริงเกิดจากการทำความดี
•   เห็นว่าการคำนึงถึงผู้อื่น ย่อมช่วยให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ส่วนความเห็นแก่ตัวนั้นให้ผลตรงข้าม
2. คิดเป็น หมายถึง รู้จักคิดหรือพิจารณา  ทำให้เห็นความจริง สามารถแก้ปัญหาหรือทำกิจต่างๆ ให้สำเร็จได้ ได้แก่
•   คิดเป็นเหตุเป็นผล สามารถสืบสาวหาสาเหตุ และมองเชื่อมโยงถึงผลที่อาจเกิดขึ้น
•   พิจารณาโดยใช้เหตุผล ไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์ หลงตามสิ่งเย้ายวน หรือเอนเอียงตามอคติ
•   มองเห็นแง่มุมต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งบวกและลบ ทั้งข้อดีและข้อเสีย
•   รู้จักแยกแยะว่าอะไรเป็นคุณค่าแท้ อะไรเป็นคุณค่าเทียม  สามารถจัดลำดับความสำคัญได้อย่างถูกต้อง
•   มองแง่ดี  เห็นด้านบวก  รู้จักหาประโยชน์จากอุปสรรคหรือความทุกข์ หรือมองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต
3. เห็นตรง  หมายถึง มีความเห็นที่ตรงตามความเป็นจริง ทำให้วางใจได้อย่างถูกต้อง ไม่ก่อหรือซ้ำเติมให้เกิดทุกข์ ได้แก่
•   ยอมรับความเป็นจริงว่าทุกสิ่งมีขึ้นลง มีดีมีเสีย ไม่มีอะไรที่ถูกใจเราไปเสียหมด
•   มองเห็นว่ามีความสุขอย่างอื่นที่ลึกซึ้งกว่าความสุขทางวัตถุ หรือเห็นว่าสุขหรือทุกข์ที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใจของตน มิได้ขึ้นอยู่กับวัตถุภายนอก
•   มองเห็นสิ่งทั้งหลายว่าแปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย  ไม่มีความเที่ยงแท้ยั่งยืน และไม่ขึ้นอยู่กับความปรารถนาของเรา
•   มองเห็นว่าไม่มีอะไรเลยที่สามารถยึดมั่นถือมั่นให้เป็นไปตามใจเราได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
•   มองเห็นว่าความทุกข์นั้นมีรากเหง้ามาจากความยึดติดถือมั่นในสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็น “ตัวกูของกู”
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 273



ดูรายละเอียด อีเมล์
Re: ร่วมส่งโครงการสุขแท้ด้วยปัญญา จะได้รับเงินทุน สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2008, 07:30:40 am »

ทัศนคติอันเป็นที่มาแห่งความสุข
   โครงการสุขแท้ด้วยปัญญามุ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ 4 ประการ  อันเป็นพื้นฐานสู่สุขภาวะทางปัญญา  ได้แก่
   1. การคิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง
การคิดถึงแต่ตนเอง ทำให้จิตใจคับแคบ อัตตาหรือตัวตนใหญ่ขึ้นทำให้ถูกกระทบหรือเป็นทุกข์ได้ง่าย ขณะเดียวกันก็เป็นคนสุขยากเพราะได้เท่าไรก็ไม่พอใจเสียที ในทางตรงข้ามการคิดถึงผู้อื่นช่วยให้ตัวตนเล็กลง เห็นความทุกข์ของตนเองเป็นเรื่องเล็กน้อย ยิ่งช่วยผู้อื่นมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความสุขเพราะได้เห็นผู้อื่นมีความสุขด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความสุขของเราย่อมไม่แยกจากความสุขของผู้อื่น ทัศนคติดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพราะมีปัญญามองเห็นว่า  เราไม่อาจอยู่คนเดียวในโลกนี้ แต่ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ     ผู้อื่น     การช่วยให้ผู้อื่นมีความสุขก็ย่อมทำให้เรามีความสุขด้วย  และยิ่งมีความเห็นแก่ตัวน้อยลงเพียงใด ก็ยิ่งมีความสุขเพิ่มขึ้นเพียงนั้น
   2. การไม่พึ่งพิงความสุขทางวัตถุอย่างเดียว
วัตถุนั้นให้ความสุขเพียงชั่วคราว แต่ก่อให้เกิดภาระทางจิตใจต่าง ๆ มากมาย การยึดติดความสุขทางวัตถุทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์ แท้จริงที่มาแห่งความสุขนั้นมีอยู่มากมาย และสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้เงิน เช่นความสุขจากมิตรภาพ จากความสัมพันธ์ที่ดีงามกับผู้อื่น จากการทำงาน จากการทำความดี  และจากสมาธิภาวนา เป็นต้น                การตระหนักว่าความสุขมีหลายมิติและสามารถเข้าถึงความสุขที่ไม่อิงวัตถุ จะช่วยให้มีสุขได้ง่ายขึ้นและเป็นสุขที่ยั่งยืน ทัศนคติดังกล่าวเกิดจากปัญญาที่มองเห็นว่า ยังมีความสุขที่ประเสริฐกว่าความสุขจากวัตถุ  เป็นสุขที่ไม่ได้เกิดจากการมีหรือการเสพ แต่เกิดจากการสละและละวาง รวมทั้งจากการทำความดีและมีสัมพันธภาพที่อบอุ่นราบรื่น
   3. การเชื่อมั่นในความเพียรของตน ไม่หวังลาภลอย คอยโชค
การหวังลาภลอย คอยโชค หรือการหวังความสำเร็จโดยไม่ต้องเหนื่อย เป็นที่มาแห่งความทุกข์ทั้งในระดับบุคคลและสังคม การหันมาตระหนักว่าความสุขเกิดขึ้นได้จากความเพียรพยายามของตน ทำให้ความสุขอยู่ในอำนาจของเราเอง และทำให้เราสามารถพึ่งตนเองได้ ไม่หวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โชควาสนา หรือหันเข้าหาวิธีการที่เป็นโทษ เช่น อบายมุข  การพนัน และการฉ้อโกง ทัศนคติดังกล่าวเกิดปัญญาที่มองเห็นว่า  การกระทำนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการบันดาลชะตากรรมของเรา  ไม่มีอะไรที่ชนะทุกข์หรือเป็นที่พึ่งของเราอย่างแท้จริงได้นอกจากความเพียรของตน
                  4. รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นประโยชน์เกื้อกูล
          แม้คนทุกวันนี้จะคิดเก่ง แต่ก็มักเอาอารมณ์เข้ามาเจือปน ทำให้มองคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และโน้มเอียงไปในทางเข้าข้างตนเอง การพิจารณาสิ่งต่าง ๆ โดยคำนึงถึงเหตุผล ยิ่งกว่าอารมณ์ จะช่วยให้มองสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้าน   สามารถแยกแยะถึงความแตกต่างระหว่าง “ถูกใจ” กับ “ถูกต้อง”ได้  ซึ่งช่วยให้สามารถคิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อส่วนรวม  อีกทั้งยังสามารถลดทอนอคติ   นำไปสู่การเป็นอยู่ด้วยปัญญา และสามารถแก้ทุกข์ได้ด้วยตนเอง
   ทัศนคติดังกล่าวเกิดจากปัญญาที่มองเห็นว่า ไม่มีอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเหตุและผล  การเข้าใจความสัมพันธ์ของเหตุและผล ช่วยให้เห็นความจริงและนำความจริงนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้  รวมทั้งเห็นว่าการพึ่งตนเองที่สำคัญ    ที่สุดก็คือการรู้จักคิดและพิจารณาด้วยตนเอง
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 273



ดูรายละเอียด อีเมล์
Re: ร่วมส่งโครงการสุขแท้ด้วยปัญญา จะได้รับเงินทุน สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2008, 07:32:18 am »

สถานที่ติดต่อ
เครือข่ายพุทธิกา
90   ซอยอยู่ออมสิน  ถนนจรัญสนิทวงศ์ 40  แขวงบางยี่ขัน  เขตบางพลัด  กรุงเทพฯ  10700
โทรศัพท์ / โทรสาร  0-2424-7409   มือถือ  08-0450-8890
อีเมล์  :  b_netmail@yahoo.com
เว็บไซต์  :  www.budnet.info

สนับสนุนโดย
   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ประธานคณะทำงานเครือข่ายพุทธิกา
พระไพศาล  วิสาโล

เครือข่ายพุทธิกา   
ความสำคัญและการก่อเกิด

การจะรักษาพระศาสนาให้ยั่งยืนนั้นมิใช่หน้าที่ของคนใด คนหนึ่งหรือบุคคลใดเพียงกลุ่มเดียวทั้งมิใช่เป็นความรับผิดชอบที่จำกัดอยู่กับพระสงฆ์หรือรัฐบาลเท่านั้น  หากเป็นหน้าที่ของชาวพุทธทุกคน  และเป็นความรับผิดชอบที่พระพุทธองค์ทรงมอบหมายแก่พุทธบริษัททั้งหลาย

ดังนั้น  จึงควรที่ชาวพุทธทุกคนจะร่วมมือกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้เจริญงอกงามและกลับมามีความหมายต่อสังคมไทยรวมทั้งยังประโยชน์แก่สังคมโลก
ด้วยเหตุนี้ “เครือข่ายพุทธิกา” จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการมีองค์กรประสานงานในภาคประชาชนสำหรับการเคลื่อนไหวผลักดันให้มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
เครือข่ายพุทธิกา ประกอบด้วยองค์กรสมาชิก 9 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิโกมลคีมทอง มูลนิธิเด็ก มูลนิธิพุทธธรรม       มูลนิธิสุขภาพไทย มูลนิธิสานแสงอรุณ มูลนิธิสายใยแผ่นดิน มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ เสมสิกขาลัย และกลุ่มเสขิยธรรม

แนวทางการดำเนินงาน   ที่สำคัญคือการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักธรรมทางพุทธศาสนา  เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในระดับบุคคลและสังคม  เช่น
-  โครงการฉลาดทำบุญ :  จิตอาสาปันศรัทธาและอาทร
-  โครงการอาสาพาไปพบธรรม
-  โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ
-  โครงการอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย
-  โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา (สุขแท้ด้วยปัญญา)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Scribbles design by Bloc | XHTML | CSS
กำลังโหลด...